Business Articles from CEDI

 

ตลาดหลักทรัพย์: ทางออกของธุรกิจครอบครัว?

บทความโดย CEDI · 1 มีนาคม 2555 · จำนวนความคิดเห็น 0

ตลาดหลักทรัพย์: ทางออกของธุรกิจครอบครัว?

เมื่อพูดถึงการเอาธุรกิจครอบครัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำการแปรสภาพจากบริษัทธรรมดาเป็นบริษัทมหาชน สมาชิกครอบครัวคงต้องคิดกันอย่างหนักเพราะถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ซึ่งจะมีผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทไปอย่างถาวร และจะมีคนภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของครอบครัวมากขึ้น ยังไม่นับรวมการที่เอาบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้นก็มีขั้นตอนกระบวนการหลายขั้นตอน และมีต้นทุนอีกมากมายทั้งการจัดจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน การปรับโครงสร้างของบริษัททางกฎหมายให้เหมาะสม และที่สำคัญคือการจัดโครงสร้างทางบัญชีใหม่ จากบัญชีที่บางบริษัทครอบครัวอาจจะมีสองเล่ม ลดลงเหลือเล่มเดียว ซึ่งนั้นหมายถึงสิ่งที่เคยเรียกว่า “กงสี” จะต้องมีการปรับปรุงกันขนานใหญ่

ตลาดหลักทรัพย์เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการสืบทอดกิจการครอบครัว

เริ่มจากคำถามที่ว่าทำไมต้องเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณวิเชฐ อดีตนักการเงินผู้คล้ำหวอดในตลาดทุนไทยให้ความเห็นไว้ว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการสืบทอดธุรกิจครอบครัวเท่านั้น “ธุรกิจครอบครัวมีทางเลือกหลากหลายทางในการสืบทอดธุรกิจของตระกูล ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการสืบทอดธุรกิจครอบครัวก็คือการรักษาและถ่ายทอดความมั่งคั่ง (Wealth) รวมถึงชื่อเสียง (Legacy) ที่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งธุรกิจครอบครัวได้สร้างสมมาจากรุ่นสู่รุ่น และเมื่อมองลึกลงไปในเป้าหมายของการรักษาและถ่ายทอดความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น ทางเลือกต่างๆ ของธุรกิจครอบครัวก็มีตั้งแต่การผลักดันให้ลูกหลานก้าวขึ้นมารับช่วงสืบทอดกิจการ หรือการหามืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารงาน ไปจนถึงการขายกิจการครอบครัวซึ่งถือเป็นวิธีแปลงความมั่งคั่งในรูปของธุรกิจไปอยู่ในรูปของตัวเงินแทน โดยการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ถือเป็นทางเลือกที่อยู่ระหว่างกลางของขั้วทั้งสอง”  

ทางเลือกต่างๆ ของการสืบทอดธุรกิจครอบครัว

 

หากจะเข้าตลาดคิดให้รอบคอบทั้งทางด้านธุรกิจและด้านครอบครัว

         “การตัดสินใจในเรื่องการสืบทอดธุรกิจจะสะท้อนแนวคิดของเจ้าของ ซึ่งแต่ละคนจะรู้ถึงความต้องการของธุรกิจของตนเองได้ดีที่สุด แต่นอกจากความต้องการทางธุรกิจแล้ว เจ้าของยังต้องมองในมุมของครอบครัว ดังเช่นที่คุณสุเทพ สิมะวรา ทายาทรุ่นที่ 2 ของยาอมตราตะขาบได้ให้เหตุผลของความตั้งใจที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ว่ามีเหตุผลสำคัญเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างลูกหลานเมื่อความข้นของเลือดเจือจางลงในทายาทรุ่นต่อๆ ไป”

ข้อดี-ข้อเสียของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ข้อดี

ข้อเสีย

ธุรกิจ

  • เป็นแหล่งระดมเงินทุน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการ ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และเป็นวิธีในการลดหนี้ทางหนึ่ง
  • สัดส่วนความเป็นเจ้าของลดลง ต้องแบ่งกำไรให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ
  • กู้เงินได้โดยไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน
  • ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ ซึ่งอาจมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  • ความน่าเชื่อถือดีขึ้นในสายตาของผู้ให้เงินกู้ คู่ค้า ลูกค้า พนักงาน และสังคม สามารถดึงดูดคนดีมีความสามารถเข้ามาร่วมงาน รวมถึงอาจดึงดูดให้ลูกหลานอยากร่วมงานมากขึ้นด้วย
  • ต้องเปิดเผยข้อมูลบางส่วนของบริษัท และการเข้ามาตรวจสอบโดยองค์กรกลางต่างๆ เช่น ก.ล.ต. / สูญเสียความอิสระในการบริหารงานไป

ครอบครัว

  • เป็นทางออกจากธุรกิจ หากสมาชิกครอบครัวไม่ต้องการถือหุ้นอีกต่อไป (ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์)
  • หุ้นกระจายออกจากมือของสมาชิกครอบครัวง่าย ควบคุมได้ยาก เสี่ยงต่อการถูก Hostile Takeover
  • ราคาหุ้นถูกกำหนดโดยตลาด ไม่ต้องมาถกเถียงกัน ลดประเด็นความขัดแย้งระหว่างสมาชิกครอบครัว
  • มูลค่าธุรกิจครอบครัวผันแปรไปตามสภาวะของเศรษฐกิจ และสภาวะตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับตัวธุรกิจเลย
  • การบริหารงานมีความโปร่งใส ชัดเจน มี ‘กรรมการกลาง’ ช่วยลดประเด็นความขัดแย้งภายในครอบครัว
  • กระบวนการตัดสินใจมีขั้นตอนมากขึ้น การตัดสินใจอาจช้าลง
 

 

ลักษณะ 3 ประการของธุรกิจครอบครัวที่จะสืบทอดได้อย่างยั่งยืน

ประสบการณ์ในฐานะนักการเงินที่เฝ้าติดตามความเป็นไปของธุรกิจครอบครัวต่างๆ  ที่ผ่านเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณวิเชฐได้ให้ข้อสังเกตในเรื่องการสืบทอดธุรกิจอย่างยั่งยืนไว้ว่ามีทั้งสิ้น 3 ประการ “ธุรกิจที่จะสามารถสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน จำเป็นจะต้องมีลักษณะสามประการ คือ หนึ่งจะต้องเป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแสคือได้รับความนิยมตลอดเวลา สองคือจะผู้บริหารจะต้องมีความสามารถในการบริหารกิจการให้อยู่ในกระแสได้ และสามคือจะต้องสามารถหาคนที่เหมาะสมมาสืบทอดกิจการต่อจากตนเองได้” ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหัวใจสำคัญของการสืบทอดธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืนก็อยู่ที่คนนั้นเอง

“แน่นอนว่าทุกครอบครัวคงอยากให้มีทายาทที่เก่งและมีความสนใจในธุรกิจเข้ามาสืบทอดกิจการของครอบครัว แต่ความสามารถและความสนใจในธุรกิจนั้นไม่ได้ถ่ายทอดกันทาง DNA ลูกของนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิกอาจไม่ได้วิ่งเร็วเท่ากับพ่อของเขา หรืออาจจะไม่ได้สนใจในการวิ่งด้วยซ้ำ แต่เขาอาจจะเก่งในด้านอื่นๆ ก็ได้ เขาอาจเป็นศิลปินหรือนักการธนาคารมือหนึ่งของประเทศในอนาคตได้ ดังนั้น ผมคิดว่าคนที่เป็นพ่อๆ ทั้งหลาย อาจตั้งความหวังไว้ได้แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้บ้าง คิดพิจารณาถึงทางเลือกต่างๆ ที่เป็นไปได้สำหรับการสืบทอดธุรกิจครอบครัว สำหรับกรณีที่ไม่มีสมาชิกคนใดในครอบครัวที่เหมาะสมสามารถเข้ามารับหน้าที่ผู้นำธุรกิจต่อจากท่านได้ บางครั้งการนำบริษัทเข้าตลาดฯ ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้องค์กรสามารถดึงคนที่เหมาะสมที่สุดเข้ามาทำหน้าที่ผลักดันธุรกิจครอบครัวต่อจากท่านได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการรักษาและถ่ายโอนความมั่งคั่งของครอบครัวให้ก้าวข้ามจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน”

ลักษณะ 3 ประการของธุรกิจครอบครัวที่จะสืบทอดได้อย่างยั่งยืน

1) ธุรกิจอยู่ในกระแสได้รับความนิยมตลอดเวลา

2) ผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารกิจการให้อยู่ในกระแสได้

3) ผู้บริหารสามารถหาคนที่เหมาะสมที่จะมาสืบทอดกิจการได้

 

ที่มา: จากบทความ “ตลาดหลักทรัพย์ฯ : ทางออกของธุรกิจครอบครัว?” ตีพิมพ์ในวารสารการเงินธนาคาร โดย นวพล วิริยะกุลกิจ ฉบับที่ 349 (พ.ค. 2554) หน้า 130-132


Article Topics

Subscribe to CEDI

Get our e-newsletter through email

Subscribe via RSS